萬昌麗's profilewanchangliPhotosBlogLists Tools Help

萬昌麗 Boriboon

Occupation
Location

wanchangli

Photo 1 of 18
More albums (36)

เรื่องของ "อาเปียว"

ในช่วงวันหยุดยาวที่แสนจะชื่นบาน จะมีอะไรเพลิดเพลินไปกว่าการพูดถึงผู้ชาย
หุ หุ (หัวเราะด้วยความหื่นกระหายที่จะเล่า)
เหมือนต้องย้อนเรื่องราวไปหลายเสต็ปทีเดียว
เพราะผู้ชายที่ชื่อ "โจวฉวนเปียว"
เรื่องมันก็นานแล้วนะ แต่ก็อยากเล่า (เพราะกำลังมีอารมณ์*อยากเล่าเว้ย.....)
บนรถไฟ ณ สถานีกวางเจา...
"ไอ้นี่มันเป็นใครวะ หน้าตาไม่รับแขก มานั่งที่กรูอีกต่างหาก ไล่ด้วยสายตาแล้วยังไม่ไป"(คิดในใจนะนั่น)
แม้ผู้ชายคนนี้จะหน้าตาใช้ได้ แต่นางเอกก็มักจะมีอคติกับพระเอกเมื่อแรกพบเสมอ5555
แล้วเขาก็ลุกจากไปนั่งเบาะตรงข้าม ซึ่งก็คือที่ของนก (เวง...ไม่ยอมจากไปด้วยดีจริงๆ)
ด้วยความหมั่นไส้ จึงแกล้งนินทามันเป็นภาษาไทย แน่นอนมันฟังเราไม่ออก แต่หารู้ไม่ เราฟังมันออก
แค่คิดก็สะใจแล้วในวินาทีนั้น
เมื่อนั่งเหล่ไปนานๆก็เริ่มเห็นมันพูดคุยกับผู้หญิงในชุดทหาร แล้วก็เริ่มเห็นรอยยิ้มของผู้ชายคนนี้
"มันเปล่งประกาย"
จังหวะที่เปิดขวดน้ำไม่ออก จึงใช้มารยาร้อยเล่มเกวียน ให้มันช่วยสงเคราะห์หน่อย
ผู้ชายคนนี้ตาโตด้วยความแปลกใจทันที อ้าว...พูดจีนได้เหมือนตรูนี่หว่า
"มิตรภาพจึงค่อยๆก่อตัวขึ้น"
อาตี๋ผิวขาว สูง160กว่าๆผิวใส หน้าเด้ง ขนตางอน วัย 21 ปี นามมังกรว่า "โจวฉวนเปียว" หรือนิกเนมว่า "อาเปียว"
บ้านอยู่กุ้ยหลิน ตกเป็นเหยื่อของป้าๆโดยไม่รู้ตัว
เพราะจุดมุ่งหมายเราคือ "กุ้ยหลิน"เหมือนกัน
อาเปียวสัญญาว่าจะอยู่กับเราจนช่วงบ่าย ก่อนที่เขาจะไปเรียน
อาเปียวพาเดินรอบเมืองกุ้ยหลิน ซอกแซกตามถนนอย่างสนุกสนาน ลืมความแก่ทันที
การคลุกคลีกับเด็ก(หนุ่ม)มันก็ดีอย่างนี้นี่แล
อาเปียวพาปีนเขาซะนั่น เหนื่อยแต่เร้าจายยยยยยย
มือนุ่มๆของอาเปียวก็จูงป้าแก่ๆคนนี้ไปถึงจุดสูงสุดบนเขา ความสวยงามของกุ้ยหลินก็อยู่ตรงหน้าในบัดดล
อ่า....อากาศดีสุดๆ
อาเปียวพาไปเดินหมู่บ้านชนบท ที่ถูกล้อมรอบด้วยเมืองใหญ่
ป้าคนหนึ่งปั๊มน้ำบาดาลขึ้นมาซักผ้า
อาม่าคนหนึ่งนั่งเย็บผ้าอยู่ในบ้านอิฐ
สุดยอด....
เราไปนั่งกินเกี๊ยวกัน อร่อยออกแนวผะอืดผะอม
เดินลัดเลาะผ่านสวนสาธารณะ พูดคุยหนุงหนิงกันไป
ถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระทึก
ก่อนจะจบกันด้วยการจากลาที่ป้ายรถเมล์
อาเปียวส่งเราขึ้นรถเมล์ แถมยังให้เหรียญสตางค์ขึ้นรถอีก
ซึ้งอย่างแรง....
แม้จะไม่ได้เจอกันอีก แต่เราก็สัญญาว่าจะติดต่อกัน
รักแท้แพ้ระยะทาง ช่วงแรกก็คุยกันบ่อย หลังจากกลับมา
เฮ้อออออออ แต่ช่วงนี้ไม่ได้คุยกันเลย
อาเปียวต้องกำลังหลงระเริงอยู่กับใครเป็นแน่
ฮั่นแน่...
กุ้ยหลินในความทรงจำ ที่นอกจากการไปล่องแพที่หยางซั่ว
แม้จะมีผู้ชายกลุ่มใหญ่มาติดบ่วงอย่างน่ากลัว
แต่ถ้าหน้าตาไม่ระดับเอฟ4
ก็ลาก่อนนะจ๊ะ
 
*เรื่องของ "อาเปียว"ก็ต้องขอจบลงแต่เพียงเท่านี้*
 
 

เรื่องของ "อาหลัน"

ค้างเรื่องไปจีนมานาน เพราะติดภาระกิจงานใหม่ที่ต้องทำและช่วงเวลาการบิ๊วซ์อารมณ์ที่ยาวนานนนนนนน
ใครจะไปรู้ว่าวันหนึ่ง(ในช่วงการทำงาน)จะมีอารมณ์และของขึ้นขึ้นมา.....
ความรู้สึกจึงกระเด้งย้อนกลับไปตอนอยู่เมืองจีน และนึกถึงใครบางคนขึ้นมา
ใช่แล้ว....
ผู้หญิงคนนั้น อ่า....
คนที่เข้ามาอ่านอย่าคิดว่าเป็ดจะพร่ำ(พล่าม)ถึงแต่ผู้ชายเป็นอย่างเดียว
กลับมาที่เรื่องต่อ
ผู้หญิงคนนั้น เธอชื่อ "อาหลัน" (รู้ชื่อแค่นี้อ่ะ แต่ก็รักนะ)
อาหลัน คือ ผู้หญิงวัยสามสิบกว่าๆ มีสามีหนึ่งและลูกอีกหนึ่ง
อาหลัน รูปร่างไม่สูงมากนัก แต่ขาวสวยตามสไตล์หมวยจีน
อาหลัน ให้ที่ซุกหัวนอนตอนอยู่จงซาน เมืองที่มารู้ภายหลังว่า เป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญเมืองหนึ่งของจีน เพราะอยู่ติดมาเก๊า
อาหลัน ทำฝันสลาย เพราะบ้านอาหลันอยู่บนตึกชั้น 7 ที่ไม่มีลิฟท์ (ปกติที่บ้านมี 2 ชั้น ยังไม่อยากจะเดินขึ้นเล แม่เจ้า...)
แต่บ้านอาหลันก็แอบไฮโซ มีความซิวิไลซ์อยู่บนบ้านอาหลันมากมาย จนอดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปกลับมา
อาหลัน ทำให้เราเห็นถึงองค์ประกอบครอบครัวที่อบอุ่นที่สุดในโลก แล้วลูกชายก็น่ากินเป็นบ้า (อ่า...อ้ำ)
อาหลัน พาเที่ยวในเมืองจงซาน สุขสำราญบานหทัย
อาหลัน คอยให้อาหารเรายามที่เราโหยหิว (ไม่ใช่หมา...)
อาหลัน พูดภาษาจีนได้ฟังง่ายที่สุดในโลก
อาหลัน ทำให้การลาจากมากกว่าการจากลา
อาหลัน ส่งขึ้นรถไปกวางเจา แถมออกค่ารถให้อีก เงินไม่ใช่น้อยๆนะ ทำอย่างนี้เหมือนหยามกันชัดๆ ถ้ามาเมืองไทยต้องแก้แค้นด้วยการออกค่าโรงแรมให้ ว้าก...
งานเลี้ยงไม่มีวันไม่เลิกรา ในวัดวาก็ยังต้องมีงานบวช (เกี่ยวไรกันฟะ) แต่ก็นั่นแหละการเขียนเรื่องราวใครสักคนให้พออ่านแล้วขำๆ คลายคิดถึง ไม่จำเป็นต้องยืดยาวมากนัก เรายังขี้เกียจอ่านแล้วใครจะมาอ่านของเรา แต่เมื่อคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้ คุณก็หลงกลเราเข้าให้แล้วล่ะ
รู้นะว่าเธอก็ยังคิดถึงฉันอยู่
ยกเว้นอาหลัน ที่เธอจะยังไม่สามารถรับรู้ความลับที่อยู่ในใจฉันต่อไป
จนกว่าจะถึงวัน
วันที่เธอเรียนภาษาไทย แหง่ว...
 
 

ทริปสวรรค์ที่จีน???และข้อควรปฎิบัติในกิจกรรมแบคเพ็ค ตอนที่1

กลับมาจากการโกอินเตอร์อีกครั้ง หลังจากที่ยอมควักกระเป๋าเสียเงิน(หลังตกงาน)ไปเที่ยวจีนตามความมุ่งมาดปรารถนาด้วยอารมณ์แบคแพ็คอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว กว่าจะรอดกลับมา ก็พบกับเรื่องราวมากมายที่ทั้งประทับใจและไม่เอ็นจอย
 
ประทับใจนั้นมีมาก ส่วนมากจะเป็นเรื่องของคนมากกว่า ไอ้คนที่มาอ่านสเปซคงสมความปรารถนา โดยเฉพาะพวกที่อวยพรก่อนไปทั้งหลาย
 
เจ๊อ้อย "ขอให้เจ๊เป็ดได้เจอเนื้อคู่ หรือไม่ก็ผู้ชายติดมือกลับมา" เธอว่ามางั้น
 
อ้อน้อย "ขอให้เป็ดได้หนุ่มตี๋กลับมาสมความตั้งใจ ได้กินหนุ่มๆสมความอยาก" น่าจะพูดประมาณนี้
 
นังกระต่าย "หวังว่าหล่อนจะได้เจอหนุ่มขาวตี๋สมใจ"
 
เป้+แอ๊นท์ คู่ดูโอนี่ไม่ได้อวยพรไร แต่เสียใจด้วยที่ไม่สามารถนำหนุ่มๆกลับมาเป็นของฝากได้ เพราะต้องผ่านมือเจ๊และเป็นของเจ๊เท่านั้น555555555
 
ก่อนไป...
 
1.เก็บของอย่างมึนๆ เอาไรไปดี กระเป๋าใบใหญ่ อภินันทนาการจากพี่อาร์มนั้นแล แพ็คเสร็จ ตอนชั่งกิโลปาเข้าไป15 กิโล นี่ฉันบ้าพลังหรือไร นอสตราดามุสก็ตอบคำถามนี้ไม่ได้
 
2.วางแผนการเดินทาง จริงๆมันต้องอยู่ในข้อ1 แต่ไม่ได้มีหน้าที่เตรียมข้อมูล เพราะกินแรงเพื่อนชื่อนกอย่างอิ่มสบายท้องยิ่งกว่าซัดไวตามิ้ลไป 10 ขวดเสียอีก
 
3.นอนพักให้เพียงพอ เพราะไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
 
วันไป...
 
ขึ้นสายการบินเอ็กคลูซีฟอย่างแอร์เอเชีย ที่ไม่มีอะไรเจริญตาเลย เพราะแอร์ก็ไม่สวย ที่สำคัญสจ๊วตไม่หล่อว่ะ ไอ้นุ+ไอ้ภัทร สองแฝดนรกยังดูดีกว่า ถ้าเข้ามาอ่านก็อย่าเผลออมยิ้มนะเฟ้ย เพราะนานๆฉันจะชมพวกแกที
 
ถึงมาเก๊าแว้ว...
 
ไฮโซอย่างเรา ต้องไปลงเครื่องที่มาเก๊าเท่านั้น หลังจากนั้นจึงแฝงตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปที่ชายแดนจูไห่ เพื่อให้รู้ว่าเท้าเหยียบแผ่นดินจีนแล้ว
 
ประทับใจแรก...
 
หนุ่มจีน เจ้าหน้าที่สนามบิน มันกำลังกลับบ้าน ต้องข้ามแดนทุกวันไอ้นี่ มันพาไปด่านตรวจคน ไม่ได้มันต้องคลำทางเองนานพอสมควร ลืมชื่อไปแล้วอ่ะ เพราะหน้าตาหล่อไม่เข้าขั้นเอฟโฟร์
 
ประทับใจสอง...
 
อาหลัน เพื่อนที่จงซานของนก เป็นพี่สาวที่แสนดี ดูแลเรายังกับเจ้านาย เลี้ยงข้าว เลี้ยงน้ำ ให้ที่นอนอันนุ่มนิ่มสุขสบาย ห้องน้ำที่สะอาด ลูกชายน่ารัก สามีใจดี นอกจากจะช่วยจองตั๋วรถไฟไปกุ้ยหลินให้แล้ว สุดท้ายยังออกค่ารถบัสไปกวางเจาให้อีก ซึ้งใจมาก อยุธยาไม่สิ้นคนดี ฉันด์ใดจงซานก็ไม่สิ้นคนดีเช่นกัน (เรื่องอาหลันไม่สั้นเพียงเท่านี้แน่)
 
ประทับใจสาม...
 
อาเปียว หนุ่มจีนที่หน้าตาเข้าขั้นให้น่าใกล้ชิด เหนือสิ่งอื่นใดคือความมีน้ำใจ ตอนแรกไม่ชอบหน้า (เหมือนนางเอกไม่ชอบหน้าพระเอกช่วงแรกในละครน้ำเน่าบ้านเราเลยทีเดียว กรี๊ด...)แต่วาสนาก็ชักพาให้ได้พูดคุยกันบนรถไฟ เพราะนอนเตียงบนเหนือเรากับนกที่ชั้น2 เหมือนบุพเพ เพราะบ้านเขาอยู่กุ้ยหลิน ช่วงเช้าพอลงจากรถไฟ ก็พาเที่ยวเลยทันที เป็นครึ่งวันเช้าของวันที่11เมษายน ที่จะไม่ลืมเลย (เรื่องอาเปียวนั้นก็ยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้)
 
ประทับใจสี่...
 
นก เพื่อนร่วมทางที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข เธอทุ่มเทกับการไปครั้งนี้มากกว่าการร้องคาราโอเกะ ที่เธอมักเรียกร้องอย่างเอาจริงเอาจังร่ำไป ถ้าไม่มีนก อาจไม่มีการไปครั้งนี้ก็ได้ การไปครั้งนี้ทำให้เราเรียนรู้นิสัยกันมากขึ้น อาจมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจบ้าง แต่มันก็ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น และพร้อมที่จะแบคแพ็คกันอีกในสองปีข้างหน้า เพื่อล่าเหยื่อให้ได้ก่อนอายุ 30 ตามความตั้งใจของตัวเองกัน เหอๆ
 
 
โปรดติดตามตอนต่อไป...
 
 

อำลา...ต้าเจียห่าว...ว้าว...ปี3

ฉลอง 3 ปี ไปอย่างสวยงาม ยามพรัดพรากนั้นก็ยิ่งงดงาม
ขอบคุณ...ที่ทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้น
ขอบคุณ...ที่ทำให้ฉันรู้จักคำว่ารักและมิตรภาพ
ขอบคุณ...ที่ทำให้ฉันมีคอลัมน์และสกู๊ปเป็นของตัวเอง
ขอบคุณ...ที่ทำให้ฉันได้สิ่งที่มีคุณค่าเข้ามาในชีวิตมากมาย
ขอบคุณ...ที่ทำให้ฉันได้รู้จักพี่เหมา พี่กร พี่ยิ้ม อ้อน้อย พี่เขียน กาส ก้อย ตั๊ก ตี๋ ดรีม เต้ ไข่ พี่ต้อง และอดีตที่อบอุ่นอย่าง โก้พริ้ว ยิ้มน้อย พี่เอ้ บอม พี่บลู รวมถึงบรรดาน้องฝึกงานที่น่ารักทุกคน  
วันที่ 16 มิถุนายน 2547 วันที่เราได้ร่วมงานกัน จวบจนวันที่ 30 พฤศจิกายน 2549 จะเป็นวันสุดท้ายที่ฉันจะได้นั่งเก้าอี้แดง(โฉด)ตัวนี้ แต่สัญญาว่าจะไม่ลืมกัน โดยเฉพาะประโยคเด็ดส่งท้ายคนที่มาถามตามที่ตกลงกันไว้ว่า
ถ้ามีคนถามว่า "ทำไมต้าเจียห่าวถึงปิด"
คำตอบคือ "มึงจะมาบิ๊วกูทามมายยยเนี่ย"
        และ "มึงอ่านหนังสือกูบ้างป่าวววว" 
 

กลับมาตามคำเรียกร้องของหัวจายยยย นินทาเพื่อนครั้งที่ 2

 โอ้ว...ไม่ได้เข้ามาอัพสเปซนานมากกกกก เพราะติดภาระงานมากต่อเนื่อง และการนัดบอด เอ้ย...นัดหมายกับเพื่อนสม่ำเสมอนั่นเอง
 จากวันนี้ถึงวันนั้น วันโน่น วันโน้น หรือวันไหนๆ ก็เจอท้วงติงมาต่างๆ นาๆ หาว่าเรื่องที่เขียนเว่อร์ไปบ้าง ไม่เป็นจริงบ้าง ทั้งๆที่มันก็จริงจริ๊ง ไม่ได้เสริมแต่งเรื่องเพื่อส่งเสริมการขายแต่อย่างใด ต้องขอชี้แจงไว้ ณ ที่นี้
 
คราวนี้ก็ถึงคราวต้องมานั่งนินทาเพื่อนอีกครั้งแล้ว เพราะองค์ลงแว้ว...เดี๋ยวหมดฟิลล์แล้วมันจะเขียนไม่ออก 5555
 
เมื่อนินทาเพื่อนชายไปแล้ว ก็ถึงคราวนินทาเพื่อนหญิงบ้าง เพื่อสร้างบรรยากาศให้สมดุลระหว่างสองเพศ และจากการที่พูดถึงเพื่อนกลุ่มที่ไปไต้หวัน จึงไม่อยากหลุดคอนเซ็ป สองนางที่จะเอ่ยถึงนั่นก็คือ.........
 
       อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อนินทาคู่ดูโอ้อย่างเป้+แอ๊นท์
เป้ เธอคือผู้หญิงผิวคล้ำ (ไม่อยากว่าดำว่ะ เพราะเดี๋ยวจะสะเทือนจายยยยย)
แอ๊นท์ เธอคือผู้หญิงผิวขาวสาวสะพรั่ง
เป้ เหมือนจะเป็นกิ๊กของคุณภัทร แต่เป้มักปฏิเสธและหาว่าโยนขี้ให้เสมอๆ
แอ๊นท์ เหมือนจะเป็นกิ๊กของทิดนุ แต่มักปฏิเสธแต่ก็น่าจะพอมีใจอยู่บ้าง (จากหลักฐานคือรูปที่พกติดกระเป๋าตังค์)
เป้ ยังไร้คู่เคียงกาย แม้จะ(เคย)มีหนุ่มจีนมาจีบ แต่กลัวเป็นข่าว จึงปฏิเสธไป แม้จะมีกระแสไหลมาว่า เนื้อคู่จะเป็นคนขาวผอม
แอ๊นท์ ก็ยังไร้คู่เคียงกาย แต่มีหนุ่มรุ่นน้องมาติดพันอย่างน่ากลัว 
เป้ ไม่ชอบใส่กระโปรง และผ้าสีเรียบๆ นัยว่าไม่ขับสีผิวให้ดูเด่นเปล่งปลั่ง
แอ๊นท์ ชอบใส่กระโปรง ไม่กลัวความสกปรก นัยว่าสีอ่อนๆ จะช่วยขับผิวขาวให้เปล่งประกาย
เป้ ชอบการนั่งนินทาคุณภัทรมากกกกกกกกกกกกก
แอ๊นท์ ชอบการนั่งพูดคุยถึงทิดนุมากกกกกกกกกกก
เป้  รักการเดินทาง แบบกูจะไป กูก็จะไป เฮไหนเฮกัน
แอ๊นท์ รักการเดินทางเป็นครอบครัว เหมาะจะมีเหย้ามีเรือนมาก
เป้ บ้านอยู่ประตูน้ำ
แอ๊นท์ บ้านอยู่พระราม2
                              จบข่าว
โทดทีที่เขียนน้อยไปหน่อย ช่วงนี้งานเยอะ แต่ใครมาอ่าน อย่าเข้าใจผิดว่าเรื่องไอ้สองคนนี้มีน้อย จริงๆ มีเยอะ แต่เอาไว้อารมณ์ดีค่อยว่ากันต่อนะ อิ อิ อิ